บ่อบุญที่ยิ่งใหญ่ บ่อบาปที่ใหญ่ยิ่ง

 

มงคลแห่งชีวิตในเหตุแห่งความสุขความเจริญคือในข้อที่ว่า...
การทำนุบำรุงในบิดามารดา
 สิ่งนี้คือบ่อบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในที่ตั้งคุณธรรมของความกตัญญู
การมีกาย วาจา ใจอ่อนโยนต่อบิดามารดา
การทำนุบำรุงเลี้ยงดูท่าน ในยามเจ็บไข้ ยามชรา
 
สำหรับบุตรที่มีจิตใจที่ทำจิตตรงเข้าถึงที่ตั้งของความรัก ความกตัญญู
จึงมีใจแห่งพรหมวิหารในความบริสุทธิ์
ที่กำลังส่งใจให้กับที่ตั้งแห่งความสว่างไสวคือบิดามารดาที่เป็นผู้ค้ำจุนในชีวิต
 
อันบุคคลที่ไม่ทำลายประทีปแต่กลับดูแลประทีปด้วยดี
เติมเชื้อบุญเชื้อกุศลด้วยความสว่างไสวให้ประทีปของตนและเติมเชื้อบุญกุศล
ด้วยการทำนุบำรุงบิดามารดา เลี้ยงดูท่าน
 
มีกาย วาจาใจที่อ่อนโยนต่อท่าน
มีแต่ความสะอาดสดใสให้ท่านอยู่สม่ำเสมอจึงเท่ากับกำลัง
สร้างบ่อบุญที่ยิ่งใหญ่ด้วยจิตที่รู้ในคุณแห่งประทีปของชีวิต
สิ่งนี้เป็นกรรมดีอันยิ่งใหญ่
 
ส่วนใครที่มีบิดามารดาไม่ดี...
 แต่กล้ำกลืนฝืนทนอดทนต่อสู้ไม่ถือโกรธท่าน
ให้อภัยต่อท่านและให้ได้แม้แต่วัตถุและชีวิตของตนเอง
บุคคลผู้นั้นย่อมสร้างบ่อบุญที่กว้างใหญ่อย่างมหาศาล
 
ส่วนบุคคลที่ทำลายมงคลชีวิตเพราะทำลายความสุขความเจริญ
ด้วยทิฐิ
ด้วยมานะ
ด้วยความคับแคบ
ด้วยความผูกโกรธ
ด้วยความอาฆาตพยาบาท
ด้วยการกระทำทางกาย วาจา ใจทุจริตต่อบิดามารดาของตนในที่ตั้ง
 
ไม่ว่าจะกระทำทางกาย ทางวาจา ที่มาจากใจและทำให้บิดามารดาแห่งตนต้องเสียชีวิตด้วยเหตุนั้นๆ
ย่อมเท่ากับสร้างบ่อบาปอันยิ่งใหญ่อย่างลึกล้ำไม่สิ้นสุด้สมอเหมือน
 
อันขึ้นชื่อว่าบิดามารดาจึงเป็นพระอรหันต์ของบุตร
เป็นเทวดาของลูกที่บันดาลให้ทุกสิ่งทุกอย่าง
คอยปกป้องรักษาลูก...
 
ดังนั้นความเป็นพระอรหันต์ หมายความว่าไม่โกรธ
ไม่เกลียดลูกจะทำอย่างไร บิดามารดาก็วางเฉย
ลูกจะทำอย่างไรก็รักสุดหัวใจ ให้อภัยลูกเสมอ
 
ลูกนั้นจะทำอย่างไรก็ดีด้วย ทั้งดีด้วยตลอดชีวิตไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ทั้งไม่เคยโกรธเกลียดอิจฉาริษยาลูก คือวางใจได้เพราะเป็นความรักเหมือนพระอรหันต์ของลูก
 
พระพุทธเจ้าจึงยกให้บิดามารดาเป็นพระอรหันต์ เป็นเทวบุตร...
ที่รักษาลูกให้เจริญงอกงาม ไม่สาปแช่งลูกให้ไปในที่ชั่ว
 
ส่วนบิดามารดาเป็นพระพรหมของบุตรคือ วางใจมีเมตตา มีกรุณา มีมุทิตา มีอุเบกขา
มีอยู่ในตัวของพ่อแม่เสมอ ไม่ว่าลูกจะทำอย่างไรก็รับได้หมด
จึงเป็นพระพรหมของลูก
 
คุณธรรมของพ่อแม่นี้ประเสริฐที่สุดในโลกนี้
ใครที่ว่ายิ่งใหญ่ ก็ไม่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับบุญคุณของพ่อแม่ของตนเอง
เพราะความรักและความเสียสละนั้นสูงเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะมาเปรียบเทียบได้ที่ให้กับบุตรตน
 
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า..
"เอาแผ่นดินหนาสองแสนสี่หมื่นโยชน์เป็นกระดาษ
เอาภูเขาสุเนรุราช (ภูเขาหิมาลัย สูงใหญ่มาก)
เป็นดินสอ เอาน้ำในมหาสมุทรเป็นน้ำหมึก
แล้วจารึกจนดินสอนั้นหมด จนน้ำในมหาสมุทรนั้นแห้ง
จารึกไว้ในแผ่นดิน พรรณนาถึงบุญคุณพ่อแม่ ให้หมดทั้งแผ่นดินนี้ ก็ยังไม่เท่ากับบุญคุณพ่อแม่ที่ท่านมีต่อเรา"
(มีเพลงที่แต่งเอาไว้มาเปรียบเทียบถึงประกาศคุณที่ไม่มีวันพอ)...
 
ดังนั้นบิดามารดาจึงเป็นผู้ให้กำเนิด...
ที่ตัวเราจะทำดีได้สูงสุดและทำบาปได้สูงสุด
ขึ้นอยู่ที่ตัวของเราทั้งหมดทั้งสิ้น
 
บุคคลใดมีบิดามารดาที่ดีย่อมเป็นมงคลชีวิต
บุคคลใดที่มีบิดามารดาเป็นคนไม่ดีแต่ไม่ถือโกรธ อภัยเป็นทาน
ไม่ผูกโกรธแต่กลับเพียรสร้างสติ
สร้างปัญญาในความเจริญในที่ตั้งแห่งจิตกตัญญู
จึงเท่ากับได้ทำความดีสูงสุดและสร้างขันติและปัญญาให้กับตนได้อีกด้วย
เพียงแต่จะหาลูกที่เป็นอภิชาตบุตรเช่นนี้ในโลกยุคนี้มีสักเท่าไหร่กัน...

แสดงความคิดเห็น
COPYRIGHT © 2010 by Thinkbeyondbook.com All Rights Reserved.